วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

คู่มือเตรียมสอบ

คู่มือเตรียมสอบ

ผลงานลูกค้า

เปิดสอบ ราชการ งานราชการ หางาน สอบราชการ พนักงานราชการ สอบบรรจุ หางาน รับสมัครงาน สอบ กพ. อบต. สอบภาค ก สอบภาค ข รับสมัครงาน ศูนย์รวมงานราชการ
ศูนย์หนังสือสอบ sheetchula เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน





1


2
3
4
5
6
7
8

บริการต่างๅ

บริการต่างๆ

บริการต่างๆ

ติดตาม Facebook

ติดตาม Facebook

Youtube

แนวข้อสอบนักเรียนจ่า ทหารเรือ ทหารอากาศ ทหารบก สัสดี




รายละเอียดวิชาที่สอบ #แนวข้อสอบนักเรียนจ่า ทหารเรือ ทหารอากาศ ทหารบก สัสดี
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
2 สรุปวิชาคณิตศาสตร์
3 แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ ชุด 1
4 แนวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์  2
5 แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
7 แนวข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์

+++ อ่านประกาศเพิ่มเติม และลิ้งค์สมัครที่ http://www.งานราชการไทย.com/
+++ กดติดตามรับข้อสอบที่ : http://line.me/ti/p/%40awr8388d
+++ กดถูกใจเพื่อรับแนว
ข้อสอบนักเรียนจ่า ทหารเรือ ทหารอากาศ ทหารบก สัสดี
ที่ https://www.facebook.com/1812668612289376

แนวข้อสอบ

แนวข้อสอบ

ความรู้ทั่วไป

กองทัพเรือไทย

กองทัพเรือไทย หรือ ราชนาวีไทย (คำย่อ: ทร.อังกฤษRoyal Thai Navy คำย่อภาษาอังกฤษ: RTN) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการปฏิบัติการทางทหารในทะเล ลำน้ำ และพื้นที่บริเวณชายฝั่งของประเทศไทย กองทัพเรือมีจำนวนกำลังพลประจำการเป็นลำดับ 2 (รองจากกองทัพบก) ซึ่งมีเรือปฏิบัติการด้วยเรือรบกว่า 74 ลำ อากาศยานกว่า 90 เครื่อง และกำลังรบทางบกอีก 2 กองพล นับเป็นกองทัพเรือที่มีความสำคัญในลำดับต้นของภูมิภาคเอเชีย กองทัพเรือมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด โดยเป็นหน่วยงานในสังกัดของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา และอยู่ในสังกัดของกระทรวงกลาโหม
กองทัพเรือมีพื้นที่ปฏิบัติการหลักทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ตามแนวเขตแดนระหว่างประเทศในทะเลความยาวกว่า 1,680 ไมล์ และตามแนวชายฝั่งความยาวกว่า 1,500 ไมล์ หน่วยต่างๆ ในสังกัดกองทัพเรือมีลักษณะการจัดโครงสร้างหน่วยที่คล้ายกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกามาก โดยเฉพาะในหน่วยกำลังรบ คือ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (กบร. กร.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร. กร.) และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.)

หน้าที่ ภารกิจ และบทบาท


กองทัพเรือมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือ การป้องกันราชอาณาจักร และดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังกองทัพเรือตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551[2] ตลอดจนหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล
จากหน้าที่ดังกล่าวทำให้กองทัพเรือมีภารกิจ คือ
  1. การปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
  2. การรักษาสิทธิและอธิปไตยของชาติทางทะเล
  3. การคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
  4. การดำรงการคมนาคมทางทะเลให้ได้อย่างต่อเนื่อง
  5. การช่วยเหลือและสนับสนุนการป้องกันอธิปไตยทางบก
  6. การสนับสนุนการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
  7. การสนับสนุนการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน
บทบาทของกองทัพเรือในปัจจุบัน คือ
  1. การปฏิบัติการทางทหาร (Military Role) คือ การปฏิบัติการทางเรือเพื่อการป้องกันประเทศในรูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ที่กระทบต่ออำนาจอธิปไตยและเอกราชของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้กำลังทางเรือที่เข้มแข็ง ปฏิบัติการด้วยความเฉียบพลัน รุนแรง และเด็ดขาด
  2. การรักษากฎหมายและช่วยเหลือ (Constabulary Role) คือ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การรักษากฎหมายตามที่รัฐบาลมอบอำนาจ ให้ทหารเรือเป็นเจ้าหน้าที่รวม 28 ฉบับ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนและการพัฒนาประเทศ
  3. การสนับสนุนกิจการระหว่างประเทศ (Diplomatic Role) คือ การสนับสนุนการดำเนินนโยบายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาล และใช้หรือแสดงกำลังเพื่อสนับสนุนการเจรจาต่อรอง เมื่อมีการขัดกันในผลประโยชน์ของชาติหรือเหตุการณ์วิกฤติที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติโดยตรง

ประวัติ


ธงราชนาวีไทย
กองทัพเรือมีกำเนิดควบคู่มากับการสร้างอาณาจักรไทยนับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กองทัพไทยในสมัยเดิมนั้นมีเพียงทหารเหล่าเดียวมิได้แบ่งแยกออกเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ อย่างเช่นในสมัยปัจจุบัน หากยาตราทัพไปทางบกก็เรียกว่า ทัพบก หากยาตราทัพไปทางเรือก็เรียกว่า ทัพเรือ การจัดระเบียบการปกครองบังคับบัญชากองทัพไทยในยามปกติยังไม่มีแบบแผนที่แน่นอน ในยามศึกสงครามได้ใช้ทหารทัพบกและทัพเรือรวมๆ กันไป ในการ ยาตราทัพเพื่อทำศึกสงครามภายในอาณาจักรหรือนอกอาณาจักร ก็มีความจำเป็นต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการลำเลียงทหารและเครื่องศัสตราวุธ เรือนอกจากจะสามารถลำเลียงเสบียงอาหารได้คราวละมากๆ แล้ว ยังสามารถลำเลียงอาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่ ไปได้สะดวกและรวดเร็วกว่าทางบกด้วย จึงนิยมยกทัพไปทางเรือจนสุดทางน้ำแล้วจึงยกทัพต่อไปทางบก กิจการทหารเรือดำเนินไปเช่นนี้จนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
พ.ศ. 2394 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการทหารเรือเริ่มแบ่งออกมาชัดเจน และแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ทหารเรือวังหน้า ขึ้นตรงกับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กับทหารเรือวังหลวง หรือทหารมะรีนสำหรับเรือรบ ขึ้นตรงกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม โดยทหารเรือวังหน้ามีหน่วยขึ้นในสังกัด คือ กรมเรือกลไฟ กรมอาสาจาม และกองทะเล (บางทีเรียกว่ากองกะลาสี) ส่วนกรมอรสุมพลมีหน่วยขึ้นในสังกัด คือ กรมเรือกลไฟ กรมอาสามอญ และกรมอาสาจาม ซึ่งทหารทั้งสองหน่วยนี้เป็นอิสระจากกัน
พ.ศ. 2408 ในสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การปกครองประเทศยังเป็นระบบจตุสดมภ์อยู่โดยมีกรมพระกลาโหมว่าการฝ่ายทหาร ในขณะนั้นกิจการฝ่ายทหารเรือแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ทหารเรือวังหน้า หรือทหารเรือฝ่ายพระราชวังบวร ขึ้นตรงกับกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ) และทหารเรือวังหลวง หรือกรมอรสุมพล ขึ้นตรงกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และต่อมาในปี พ.ศ. 2412 ขึ้นตรงกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ สมุหพระกลาโหม
พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว ได้ทรงปรับปรุงหน่วยทหารในกองทัพขึ้นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 9 หน่วย โดยในส่วนของทหารเรือวังหลวง คือ กรมทหารเรือพระที่นั่ง (เวสาตรี) และกรมอรสุมพล
พ.ศ. 2428 กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จทิวงคต ทหารเรือวังหน้าได้ถูกยุบเลิกไป จึงทำให้ทหารเรือในขณะนั้นมี 2 ส่วน คือ กรมทหารเรือพระที่นั่ง ขึ้นตรงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนกรมอรสุมพล ขึ้นตรงกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ สมุหพระกลาโหม
8 เมษายน พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชาทั่วไปในกรมทหาร (Commander-in-chief) ตาม โบราณราชประเพณี เพื่อให้เกิดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยทหารต่างๆ พร้อมกับประกาศจัดการทหาร โดยจัดตั้งกรมยุทธนาธิการขึ้น ซึ่งเป็นการรวมกองทหารบกและกองทหารเรือเอาไว้ด้วยกัน ทั้งหมด ขึ้นตรงกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร แต่ในระหว่างที่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นผู้แทนผู้บังคับบัญชาการทั่วไปในกรมทหาร สำหรับกองทหารเรือทรงตั้งนายพลเรือโทพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เป็นเจ้าพนักงานใหญ่ผู้ช่วยบัญชาการทหารเรือ (Secretary to the Navy) มีหน้าที่ คือ ให้จัดการทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายข้อบังคับทหารเรือ จำนวนผู้คนในทหารเรือ การฝึกหัดทหารเรือ เรือรบหลวง และพาหนะทางเรือ
1 เมษายน พ.ศ. 2433 ได้มีการยกเลิกประกาศจัดการทหาร พ.ศ. 2430 และได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดการกรมยุทธนาธิการขึ้นแทน โดยให้เรียกกรมยุทธนาธิการใหม่ว่ากระทรวงยุทธนาธิการ(Ministry of War and Marine) แบ่งออกเป็น 2 กรม คือ กรมทหารบกและกรมทหารเรือ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลโทพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ (Chief Staff of the Navy) และแบ่งส่วนราชการออกเป็นกรมกลาง กองบัญชีเงิน กรมคลังพัสดุทหารเรือ กองเร่งชำระ กรมคุกทหารเรือ กรมอู่ กรมช่างกล โรงพยาบาลทหารเรือ ทหารนาวิกโยธิน เรือรบหลวงและเรือพระที่นั่งประจำการ
พ.ศ. 2435 ได้มีการจัดระเบียบการปกครองแผ่นดินใหม่ และยกเลิกการปกครองแบบจตุสดมภ์ กำหนดให้มีกระทรวงในราชการ โดยกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ปกครองบรรดาหัวเมืองต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักร เป็นผลให้กระทรวงกลาโหม ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการปกครองทางหัวเมือง คงมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทหารอย่างเดียว จึงได้โอนกรมทหารเรือมาขึ้นกับกระทรวงกลาโหม
11 ธันวาคม พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนฐานะกรมทหารเรือเป็นกระทรวงทหารเรือ และในวันเดียวกันนั้นก็ได้ประกาศแต่งตั้งจอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงทหารเรือกับกระทรวงทหารบกเป็นกระทรวงเดียวกัน ภายใต้นามกระทรวงกลาโหมเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก เป็นผลทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบกระเทือนดังกล่าวนี้ด้วย ทำให้ฐานะทางการเงินและเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะตกต่ำ จำเป็นต้องพิจารณาตัดทอนรายจ่ายของประเทศให้น้อยลงให้สมดุลกับรายได้ เป็นผลทำให้มีการปรับปรุงการจัดระเบียบราชการใหม่ด้วย โดยแต่งตั้งให้นายพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาบดีกระทรวงทหารเรือเดิมเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศ กองทัพเรือถูกลดฐานะเป็นเพียงกรมทหารเรือเช่นเดิม กรมต่างๆ ของทหารเรือลดฐานะมาเป็นกองทั้งหมด เว้นแต่กรมเสนาธิการทหารเรือเท่านั้น นอกจากนั้นส่วนราชการของทหารเรือบางส่วนซึ่งได้เอาไปรวมกับฝ่ายทหารบกก็กลับมาสังกัดอยู่ในกรมทหารเรือตามเดิม
30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อกรมทหารเรือเป็นกองทัพเรือ ให้เป็นการสอดคล้องกับการเรียกชื่อส่วนรวมของทหารบกว่ากองทัพบก และขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 ส่วน คือ กรมเสนาธิการทหารเรือ กองเรือรบ สถานีทหารเรือกรุงเทพ กรมอู่ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ และกรมอุทกศาสตร์
พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2519 และ พ.ศ. 2521 ได้มีการแบ่งส่วนราชการกองทัพเรือออกเป็น 25 หน่วย ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ส่วนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2519 และ พ.ศ. 2521 นอกจากนั้นเพื่อความสะดวก ทางกองทัพเรือได้จัดกลุ่มหน่วยราชการทั้ง 25 หน่วยขึ้นเป็น 5 ส่วนราชการ คือ ส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ ส่วนการศึกษา และส่วนกิจการพิเศษ
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 ได้มีการเพิ่มกรมการขนส่งทหารเรือขึ้นในส่วนยุทธบริการ และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนนายทหารเรือเป็นสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
15 เมษายน พ.ศ. 2530 จัดตั้งสำนักงานตรวจบัญชีทหารเรือเพิ่มเติม
พ.ศ. 2538 ได้มีการจัดส่วนราชการใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2538 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 35 หน่วย และจัดเป็นกลุ่มส่วนราชการ 4 ส่วน คือ ส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา
1 เมษายน พ.ศ. 2552 ได้มีการจัดส่วนราชการใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552.[3] โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 36 หน่วย และจัดเป็นกลุ่มส่วนราชการ 4 ส่วน คือ ส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษาและวิจัย ทั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ คือ ในส่วนบัญชาการ ได้เปลี่ยนชื่อกรมสื่อสารทหารเรือเป็นกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และสำนักงานตรวจบัญชีทหารเรือเป็นสำนักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ รวมทั้งจัดตั้งส่วนราชการใหม่เพิ่มเติม คือ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ และสำนักงานพระธรรมนูญทหารเรือ ในส่วนกำลังรบ ได้ยุบกองเรือป้องกันฝั่ง และจัดตั้งส่วนราชการใหม่ คือ ทัพเรือภาคที่ 1 2 และ 3 รวมทั้งปรับลดฐานทัพเรือสงขลาและพังงาจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือไปเป็นหน่วยขึ้นตรงทัพเรือภาคที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ในส่วนยุทธบริการ ได้ย้ายสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือไปอยู่ในส่วนการศึกษาและวิจัยแทน และให้กรมอุทกศาสตร์มาอยู่ในส่วนยุทธบริการ สำหรับในส่วนการศึกษาและวิจัย ได้มีการยุบสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง

แนะนำการสอบ

คำแนะนำในการสอบนักเรียนจ่า ทหารเรือ ทหารอากาศ ทหารบก สัสดี

คำแนะนำในการสอบนักเรียนจ่าทหารเรือ
การสอบนักเรียนจ่าทหารเรือ  แบ่งออกเป็น  2  รอบ  รอกแรกเป็นภาควิชาการ   รอบสองเป็นการตรวจสุขภาพ การทดสอบสุขภาพจิต การสอบความเหมาะสมและพลศึกษา
วิชาที่ใช้สอบมีอะไรบ้าง
การทดสอบมี 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนแรก การสอบภาควิชาการ เนื่อหา ม.ปลาย ประกอบด้วย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ขั้นตอนที่สอง สำหรับผู้ที่ผ่านรอบวิชาการ จะเข้ารับการสัมภาษณ์ ตรวจร่างกายและทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

คำแนะนำในการสอบนักเรียนจ่าอากาศ
วิชาที่ใช้สอบมีอะไรบ้าง
การทดสอบมีสองขั้นตอน
ขั้นตอนแรก การสอบภาควิชาการ (700 คะแนน )เนื่อหา ม.ปลาย ประกอบด้วย
                   คณิตศาสตร์ 200 คะแนน
                   วิทยาศาสตร์ 200 คะแนน
                   ภาษาอังกฤษ 175 คะแนน
                   ภาษาไทยและสังคม 125 คะแนน
ขั้นตอนที่สอง สำหรับผู้ที่ผ่านรอบวิชาการ
                  สอบความถนัดและวิภาววิสัย  100 คะแนน
                 สอบสัมภาษณ์ 100 คะแนน
                 สอบพละศึกษา 100 คะแนน
(วิ่ง 1,000 เมตร ว่ายน้ำ 50 เมตร ดึงข้อ ลุกนั่ง ยืนกระดดไกล)

คำแนะนำในการสอบนายทหารประทวนสายงานสัสดี

ข้อสอบค่อนข้างยาก ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือให้เยอะ แนะนำให้ไปดูบทเรียนออนไลน์ ที่พอจะใกล้เคียง กับแนวข้อสอบ ของ ยศ.ทบ. บ้างที่มีอยู่ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต   ในเว็บไซต์  http://www.youtube.com/   มีเยอะมาก อยากเรียนเรื่องอะไร Search ได้เลย อ่านแบบทดสอบออนไลน์ จาก Google ด้วย  เน้นที่การทำข้อสอบ ให้เยอะ ๆ ...เรื่องใหนเรายังไม่เชี่ยวชาญ ยังไม่มั่นใจ ก็ ค่อยไปอ่านทบทวนอีกที และ ก็ลองทดสอบความรู้ตัวเองด้วย   แบบทดสอบออนไลน์ เมื่อทำครั้งแรกยังไม่ผ่าน ให้กลับ ไปอ่านเนื้อเรื่องใหม่แล้วกลับมาทดสอบ อีกครั้ง ทำอย่างนี้หลาย ๆ รอบ รับรอง...ประสบความสำเร็จแน่นอน เพื่อเป็นการฝึกภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่วอย่างสม่ำเสมอ ควรใช้เวลา ในช่วงการอ่านข่าวประจำวันผ่านหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เป็นภาษาไทย แล้วลอง เข้าไปอ่าน เว็บฯ ภาษาอังกฤษบ้าง  เช่น บางกอกโพสต์  http://www.bangkokpost.com/   อ่านให้ได้วันล่ะหนึ่งคอลัมภ์ และอ่านทุกวัน พอถึงวันที่จะต้องสอบ  เราจะได้ อ่าน แปล ได้ คล่องแคล่วว่องไว ทำข้อสอบ ยศ.ทบ. ได้ทัน และได้คะแนน เยอะ ๆ
                 
วิชาที่ใช้สอบมีอะไรบ้าง
รายละเอียดการสอบคัดเลือก นายทหารประทวนสายงานสัสดี
1 การสอบคัดเลือกภาควิชาการ สอบ 4 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความรู้ทั่วไป คอมพิวเตอร์เบื้องต้น การใช้งาน Microsoft Windows และ Microsoft Office โดยขอบเขต ไม่เกินระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
2 ผู้ที่สอบคัดเลือกภาควิชาการได้แล้ว จะต้องมารายงานตัวตามวันที่ประกาศนัด เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ การสอบการใช้งานคอมพิวเตอร์ ตรวจความสมบูรณ์ของร่างกาย ตรวจโรค ทดสอบจิตเวช และทดสอบสมรรถภาพร่างกาย (ดันพื้น ลุกนั่ง และวิ่ง) ตามวันเวลาที่กำหนด

ขอบเขตเนื้อหาวิชาสอบสัสดี ยศ.ทบ.

การสอบเลื่อนฐานะจากนายทหารประทวนเป็นนายทหารสัญญาบัตร คุณวุฒิปริญาฯ ของกรมยุทธศึกษาทหารบก ( ยศ.ทบ.) ขอบเขตและเนื้อหาวิชาที่ใช้สอบ ได้แก่

๑. วิชาสายงานสัสดี
         ๑.๑ วิชากฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ขอบเขต พรบ.รับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ และแก้ไขเพิ่มเติม กฎกระทรวง ออกตามความใน พรบ.รับราชการทหาร ฯ ทุกฉบับ
         ๑.๒ ให้ใช้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสัสดี คำสั่ง ๑๑๗๓/๒๙
         ๑.๓ คำสั่งกองทัพบกที่ ๒๙ ว่าด้วยการดำเนินการตรวจเลือกฯ
         ๑.๔ บันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาดไทยในระเบียบอันเกี่ยวกับ พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗
         ๑.๕ ข้อบังคับ กห. ว่าด้วยการเตรียมพล พ.ศ. ๒๕๑๕
          ๑.๖ ประกาศของคณะปฏิวัติและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ

๒. วิชาความรู้ทั่วไป  วิชาละ ๑๐๐ คะแนน รวม ๔๐๐ คะแนน
         ๒.๑.วิชาภาษาไทย พื้นฐานความรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
         ๒.๒.วิชาภาษาอังกฤษ พื้นฐานความรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
        ๓.๓.ศาสนาศีลธรรม ที่กำหนดในหลักสูตร นายสิบชั้นอาวุโส ของ ทบ.
        ๔.๔.ความรู้รอบตัว ขอบเขตสถาณการปัจจุบันทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้ง ประวัติศาสตร์ชาติไทย

๓. ทดสอบสมรรถภาพ ทางร่างกาย   ๒๐๐ คะแนน

รายละเอียดวิชาที่สอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
2 สรุปวิชาคณิตศาสตร์
3 แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ ชุด 1
4 แนวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์  2
5 แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
7 แนวข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์

ตำแหน่งที่สอบ
นักเรียนจ่าทหารเรือ
นักเรียนจ่าอากาศ
นักเรียนทหารบก
สัสดี